5 เทคนิคดูแลสุขภาพดวงตากับคอมพิวเตอร์

ดูแลสุขภาพตา

ชีวิตที่รีบเร่งอาจทำให้เพื่อนๆ ต้องทำงานต่อเนื่องให้เสร็จเร็วๆ
การทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานนน ต้องใช้สายตามาก
ไม่ใช่แค่ทำงานนะคะ เล่นเกมส์หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอทีวีก็เช่นกัน …
กิจกรรมดังที่บอกมาแล้ว ส่งผลเสียต่อสุขภาพของดวงตาค่ะ
หากหลีกเลี่ยงการจ้องมองหน้าจอนานๆ ไม่ได้ วิธีป้องกันก็พอมี
ง่ายๆ แค่ 5 เทคนิคเพื่อดูแลสุขภาพดวงตาของเพื่อนๆ ดังนี้ค่ะ

ข้อ 1. ทุก 1 ชั่วโมงของการทำงานหน้าจอ ควรพักสายตาด้วยการทำอะไรก็ได้
ที่..ไม่ต้องมองใกล้ๆ ในระยะ 1-2 ฟุต (เช่น มองออกไปในสนามหญ้า) พยามยามมองสีเขียวของใบไม้ใบหญ้า
ประมาณ 5-10 นาที จะลดการเพ่งของสายตา และช่วยคลายอาการปวดเมื่อยล้าดวงตาได้

ข้อ 2. ไม่ควรมีแสงสว่างมากที่ด้านหลังจอ เพราะจะรบกวนการมองจอ
เช่นไม่ควรตั้งจอตรงกับหน้าต่าง (ด้วยเหตุนี้เน็ตบุคสีขาวของบางยี่ห้อจึงมีกรอบจอสีดำ)

ข้อ 3. ศีรษะควรอยู่สูงกว่าจอสักเล็กน้อย จะได้ไม่ต้องเงยหน้ามองคอมพิวเตอร์
หรือเหลือกตามองสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำให้เมื่อยล้าได้ง่าย และเพื่อนๆ คงไม่อยาก
ให้ใครมองมาเห็นว่านั่งตาเหลือกอยู่หน้าจอนะคะ มันดูไม่เท่หรอกค่ะ

ข้อ 4. อาการปวดล้าดวงตา อาจเกิดจากการที่เพื่อนๆ มีปัญหาสายตา
เช่น สายตาเอียง สายตาสั้น และสายตายาว ให้ไปตรวจวัดสายตาดู
หากพบว่าสายตาผิดปกติ ให้ตัดแว่นมาใส่จะช่วยแก้ปัญหาได้

ข้อ 5. ถ้ามีอาการตาแห้ง เช่น แสบตา หรือเคืองตา ให้กะพริบบ่อยขึ้น
เพื่อกวาดน้ำตามาเคลือบผิวตา หรือพักการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะ
ถ้ายังมีอาการมาก ใช้น้ำตาเทียมหยอดตาจะช่วยบรรเทาอาการได้
แต่ถ้าไม่ดีขึ้น เพื่อนๆ อาจจะเป็นโรคอื่นให้ไปพบจักษุแพทย์
เพื่อทำการตรวจรักษาแต่เนิ่น ๆ นะคะ

ดวงตาของพวกเรามีคู่เดียวงอกใหม่ไม่ได้ พึงรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานกับตัวเราไปนานๆ นะคะ
ด้วยความปรารถนาดี เคยได้ยินเพลงตอนเด็ก “หูไม่หนวก ตาไม่บอด นับว่ายอด ของคนเรา”

ที่มา  : www.doctor.or.th

ภัยเทคโนโลยีต่อสุขภาพ ผลกระทบจากคอมพิวเตอร์

ผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง

          ดวงตา  ดวงตา กล้ามเนื้อและระบบประสาท ทำให้เกิดอาการเมื่อยตา สายตาเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อและปวดศีรษะ  คลื่นไส้ เป็นต้น โดยอาการที่พบบ่อยที่สุดของ  โรคนี้คือ ปวดตา  เมื่อยตา ตาแห้ง ถ้าอาการเป็นมากยังอาจก่อให้เกิดปัญหาสายตาเสื่อมลงด้วย  เนื่องจากขณะใช้คอมพิวเตอร์ดวงตาต้องจ้องมองหน้าจอที่มีตัวหนังสือหรือภาพกระพริบตลอดเวลา ทำให้กลไกตามธรรมชาติของการกระพริบตาลดน้อยลงจนเราไม่สังเกต เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตาแห้ง และหากดวงตาอยู่ในสภาพที่เหน็ดเหนื่อยหรือตาแห้ง ก็จะทำให้สายตาเสื่อมลง  ทาง American Optometric Association (AOA) มีการให้คำจำกัดความของโรคหรือภัยที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผลที่เกิดกับดวงตาและการมองเห็นว่า คือโรค Computer Vision Syndrome หรือ CVS โดยมีอาการคือ ปวดเบ้าตา, ปวดต้นคอ, มีอาการอ่อนล้าทางประสาทตา, มีภาวะตาแห้ง, รอยตาคล้ำบริเวณตา หรือมีรอยบวมเห็นเป็นถุงใต้ตาโปนออกมา สาเหตุหลักนอกจากการใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ แล้ว  ยังสามารถเกิดได้จากการได้รับรังสีอัลตร้าไวโอเลตทั้งจากรังสี UV ที่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์  หรือจากแสงแดดก็ได้

 
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          ระบบประสาท จากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของคอมพิวเตอร์ แม้ว่ารังสีชนิดต่างๆจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะมีความปลอดภัยก็ตาม แต่การรับการแผ่รังสีเป็นเวลานานก็อาจจะส่งผลกระทบถึงระบบประสาทของมนุษย์ได้เช่นกัน จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้  อึดอัด และนอนไม่หลับ เป็นต้น

          เสี่ยงต่อการเป็นหมัน  ในวารสาร “Human Reproduction” มีรายงานที่เขียนโดย ดร.เยซิม เซย์คิน หัวหน้าทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยประจำนครนิวยอร์ก รายงานไว้ว่า คอมพิวเตอร์แล็ปท็อปหรือโน๊ตบุ๊ค ที่หลายคนชอบวางทำงานไว้บนหน้าตักนั้น จะทำให้อุณหภูมิที่ลูกอัณฑะสูงขึ้นซึ่งมีผลต่อการสร้างสเปิร์มของผู้ชายทุกคนและทุกวัย  ปกติแล้วลูกอัณฑะที่ใช้ผลิตเสปิร์มของผู้ชายนั้นเป็นอวัยวะที่ไวต่ออุณภูมิเป็นอย่างมาก โดยอุณภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียสก็จะลดจำนวนเสปิร์มที่แข็งแรงลงไปถึงร้อยละ 40   การวางโน๊ตบุ๊คบนตักหนึ่งชั่วโมงทำให้อุณภูมิลูกอัณฑะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.6 ถึง 2.8 องศาเซลเซียส

โรคที่เกิดจากท่านั่งหรือการทำงานซ้ำซาก
          

           โรค Cumulative Trauma Disorders (ความผิดปกติจากอุบัติภัยสะสม) อาการของโรคจะค่อยเป็นค่อยไป จะมีอาการปวดคอ ไหล่ ข้อมือ และหลัง ผู้ที่เป็นมาก ๆ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการชาที่มือ อาการของโรคพวกนี้แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 
                    o ระยะแรกเป็นแล้วหายเมื่อได้พัก  
                    o ระยะสองคือ มีอาการต่อเนื่องถึงกลางคืน และหายเมื่อได้พัก  
                    o ระยะสามคือ เป็นตลอดเวลาไม่หายเมื่อได้พัก 
การรักษาคือ ต้องปรับพฤติกรรมการทำงานของตนเองหรือถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์ และควรเล่าประวัติการทำงานเพื่อให้แพทย์ทราบสาเหตุที่แท้จริง  แพทย์จึงจะรักษาเฉพาะที่ได้ 

          อาการ Repetitive Strain Injury หรือ RSI ซึ่งสามารถเป็นได้กับทุกส่วนของร่างกายจากการนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์แบบไม่ถูกสุขลักษณะตั้งแต่แขน  ข้อมือ  ข้อนิ้ว  แผ่นหลัง  ต้นคอ  หัวไหล่ และสายตา  เนื่องจากอวัยวะส่วนที่มีปัญหาถูกวางค้าง ถูกทิ้งน้ำหนัก หรือกดทับนานๆ จนอักเสบ  หากปล่อยไว้นานๆ อาจต้องผ่าตัดเอ็น

 กลุ่มอาการปวดข้อ(Carpal Tunnel Syndrome: CTS)  เป็นกลุ่มอาการของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดอาการของโรคกระดูกข้อมือเจ็บปวด ข้อกระดูกนิ้วมือเสื่อม และชา 
สาเหตุ  เกิดจากการกดแป้นพิมพ์ และการใช้เมาส์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน การจับเมาส์โดยมีข้อมือเป็นจุดหมุน อาจเกิดพังผืดบริเวณข้อมือ หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชา จนไม่สามารถหยิบของได้
 
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          การรักษา  หากเริ่มมีอาการอาจต้องรับประทานยาแก้ปวดและหยุดการเคลื่อนไหวโดยการพักข้อมือ อาการก็อาจทุเลาลงได้ อาการปวดจะหายไปในที่สุด หากปวดบวม ให้รับประทานยาระงับปวดและอาจต้องสวมอุปกรณ์ประคองมือ เพื่อลดการเคลื่อนไหวของข้อมือ หรือฉีดยากลุ่มสเตียรอยด์เข้าบริเวณข้อมือ เพื่อลดการอักเสบโดยตรง ส่วนในรายที่เป็นมานานอาจจำเป็นต้องผ่าตัดจึงจะได้ผลดี

โรคที่เกิดจากเชื้อโรคที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์

          โรคภูมิแพ้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสตอก โฮล์ม ในสวีเดนพบว่า สารเคมีจากจอคอมพิวเตอร์ ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ สารนี้มีชื่อว่า Triphenyl Phosphate ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในจอวิดีโอและคอมพิวเตอร์  สามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ เช่น คัน คัดจมูก และปวดศีรษะ ผลวิจัยพบว่า เมื่อจอคอมพิวเตอร์ร้อนขึ้นจะปล่อยสารเคมีดังกล่าวออกมา โดยเฉพาะหากสภาพภายในห้องทำงานที่มีเนื้อที่จำกัด เครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ได้ ดังนั้น อากาศที่ดีจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

Qwerty Tummy (โรคที่ตั้งชื่อตามตัวอักษรชุดแรกบนแป้นคีย์บอร์ด) ซึ่งอาจระบาดในที่ทำงานได้ หากว่าแป้นคีย์บอร์ดมีแบคทีเรีย สาเหตุเกิดจากอาหารเป็นพิษ โดยผู้ใช้รับ-ประทานอาหารไปพร้อมกับใช้งานย์บอร์ด   ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดคีย์บอร์ดเป็นประจำไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ด้วยผ้าเนื้อนุ่มชุบน้ำหมาดๆ อย่างน้อยเดือนละครั้งเสมอ 

 
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

         

โรคที่เกิดจากการใช้งาน
          โรคทนรอไม่ได้ (Hurry Sickness) มักจะเกิดกับผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้กลายเป็นคนขี้เบื่อ หงุดหงิดง่าย ใจร้อน เครียดง่าย เช่น ทนรอเครื่องดาวน์โหลดนาน ๆ ไม่ได้ กระวนกระวาย หากมีอาการมาก ๆ ก็จะเข้าข่ายโรคประสาทได้  จึงควรปรับเปลี่ยนลักษณะงานและพยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง

 
(ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          เมื่อทราบดังนี้แล้วสำหรับผู้ที่ต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ไม่ว่าจะด้วยความจำเป็นแค่ไหนก็แล้วแต่  คงต้องสอดแทรกการบริหารร่างกายเข้าไปด้วย  บิดซ้ายนิด ขวาหน่อย  ยืดเส้นยืดสาย จะได้ยืดอายุสุขภาพดีของเราต่อไป

ที่มา : http://www.thaiitwatch.org

Google Drive : Bringing people together in Drive

Google Drive ปรับปรุงการใช้งานในโหมดทำงานร่วมกันเล็กน้อย โดยแสดงรูปโปรไฟล์ของผู้ที่ทำงานร่วมกัน และเพิ่มความสามารถในการสนทนาภายในกลุ่มผู้ที่ทำงานร่วมกันนั้นได้แต่เดิมทีเมื่อผู้ใช้เปิดเอกสารใน Google Drive ที่มีผู้ร่วมแก้ไขหลายคน จะมีการแสดงรายชื่อของผู้ร่วมงานที่เข้าถึงเอกสารดังกล่าวเป็นข้อความชื่อ บุคคลเท่านั้น แต่ตอนนี้ Google ปรับให้มีการแสดงรูปโปรไฟล์ของผู้ใช้งานแต่ละคนได้จะทำให้การตรวจสอบการทำงานของผู้ใช้แต่ละคนได้ง่ายขึ้น และหากนำเม้าส์ไปชี้ที่รูปโปรไฟล์ดังกล่าวก็จะมีกล่องข้อความเล็กปรากฏขึ้น มาซึ่งสามารถคลิกเพื่อเพิ่มผู้ร่วมงานคนดังกล่าวเข้าในรายชื่อผู้ติดต่อได้ ทันที ส่วนผู้ร่วมงานนิรนามที่ไม่เปิดเผยข้อมูล ก็จะมีรูปโปรไฟล์เป็นสัตว์ต่างๆ โผล่ขึ้นมาแทน

4-26-2013 3-26-03 PM

นอกจากนี้ Google Drive ยังเพิ่มระบบการสนทนาในกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขเอกสารกันด้วย โดยการคลิกที่ปุ่มสนทนาบริเวณด้านบนขวาของหน้าเว็บ ก็จะมีหน้าต่างสนทนาแบบกลุ่มปรากฏขึ้นมา

ที่มา – Google Drive Blog

ระวังเว็บไชต์โดน Hack (WordPresss)

สวัสดีคับทุกท่านวันนี้ผมเจอปัญหาหนึ่งกับตัวเองคือเว็บโดนผู้ประสงค์ร้ายมา Hack เว็บของผมโดยเว็บผมนั้น ก็ IDEAFUNCTION นี้ละคับ ปัญหามันเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ผมไม่ได้คิดอะไรมากนักนึกว่า เครื่องตัวเองมีปัญหาเองแต่พอไปลองเข้าเว็บผ่าน Google เครื่องคนอื่นปัญหานี้ก็เกิดขึ้นเหมือนกันเลยคับ

ปัญหามีอยู่ว่า >>เมื่อผมเข้าเว็บผ่านหน้า Google ด้วย Keyword อะไรก็ตามพอคลิ๊กจากลิงค์นั้นผลที่ได้เว็บไชต์จะทำการ Redirect ไปหาเว็บเป้าหมายที่ต้องการ

08-April-2013 9-47-21 AM

ผลที่ได้จากการค้นหา

08-April-2013 9-47-49 AM

หลังจากนั้นก็คลิ๊กเข้าเว็บผ่านสักลิงค์หนึ่ง ผลที่ได้จะเกิดการ Redirect ไปยังเว็บเป้าหมายที่เขาต้องการสังเกตข้างล่างคับผมดู เส้นทางที่มันไปมันจะวิ่งผ่าน สอง Server ด้วยกัน โดย http://opec.lflink.com/ จะเป็นเว็บแรกที่ส่งเข้าไปและทำการ Redirect ต่อ ไปที่ http://notfound.iownyour.org/ จากการตรวจสอบทั้งสองเว็บนี้อยู่ในฐานข้อมูลเว็บไว้รัส อ่านเพิ่มเติม ระวังเว็บไชต์โดน Hack (WordPresss)

Game Candy Crush เพิ่มหัวใจได้ตามต้องการ (Bug นะคับ)

สวัสดีคับเพื่อนๆออนไลน์ทุกคน เห็นใครๆก็ชอบเล่น Game อย่างเช่น Game Candy Crush และมีการส่งข้อความมาขอหัวใจกันเยอะ วันนี้เลยนะนำวีธีการเพิ่มหัวใจให้ตัวเองโดยไม่ต้องรบกวนคนอื่นคับ โดยวิธีการนี้ใช้ได้กับ Game ที่ทำงานบน Mobile-> Android, IPhone นะคับที่ลองทดสอบดู

วิธีการคือ ให้เราเข้าไปปรับเวลาของเครื่องให้เป็นแบบกำหนดเอง แล้วก็เพิ่มชั่วโมงขึ้นสัก 2 ชั่วโมง แล้วเราก็ได้ 5 ดาวคับ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆคับ เมื่อดาวหมดคับ

ปล.Bug ของเกมส์นะคับเจ้าของเกมส์แก้โดยเร็วๆๆ คับ

gra-candy-crush-saga

มาดูสิว่าคุณผ่านวิชาคณิตศาสตร์ ป.3 หรือยัง?

สวัสดีครับทุกคนวันนี้ผมขอเสนอแบบทดสอบความรู้ืพื้นฐานวิชาคณิตศาสตร์ มาให้ลองทดสอบกันว่าคุณผ่านป.3 หรือยัง
ด้วยแบบทดสอบที่ออกโดย สสวท ครับ จะยากหรือง่ายก็มาลองดูกัน
อย่าโกหกตัวเองนะ สามารถนำแบบทดสอบนี้เผยแพร่ต่อได้ครับ หรือเอาไปให้น้องๆ ลองฝึกทำแบบทดสอบก็ได้ครับ

ขอบคุณสำหรับแบบทดสอบดีๆจากอาจารย์เจียบ

8 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ด้วย กระป๋องเบียร์

สำหรับคุณผู้อ่านที่รู้สึกว่า สัญญาณ Wi-Fi ของเราท์เตอร์ที่บ้านไม่แรงพอ ทดลองทำตาม 8 ขั้นตอนง่ายๆ ต่อไปนี้ดู บางทีอาจช่วยให้สํญญาณ Wi-Fi แรงขึ้นจาก 2 แท่งเป็น 4 – 5 แท่งเลยก็ได้ ที่สำคัญมันใช้แค่กระป๋องเบียร์ หรือกระป๋องเครื่องดืมน้ำอัดลมทั่วไปกับเครื่องไม้เครื่องมือไม่กี่ชิ้นเท่า นั้น นับเป็นไอเดียที่ฉลาดมากทีเดียว แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย ว่าแล้วไปติดตามรายละเอียดการทำกันเลยดีกว่าครับ
1. ขั้นตอนแรกให้คุณเตรียมอุปกรณ์ และต้องใช้ ซึ่งประกอบด้วย กระป๋องน้ำอัดลมที่ทำจากอะลูมิเนียม กรรไกร คัทเตอร์คมๆ และดินน้ำมันกาว (Blu tack) ดังรูป


2. ทำความสะอาดกระป๋องด้วยน้ำสะอาดจนมั่นใจว่าไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างอยู่ภายใน


3. ดึงวงแหวนที่ปากกระป๋องทิ้งไป


4. ใช้คัทเตอร์ตัดก้นกระป๋องออกไปดังรูป


5. หลังจากนั้นนำคัทเตอร์มาตัดอีกด้านหนึ่งของกระป๋อง (ด้านที่ดึงวงแหวนออกไป) แต่ต้องตัดไม่ครบวงรอบ โดยเหลือช่วงที่ไม่ตัดให้ขาดออกใกล้ๆ กับช่องที่ใช้ปากดื่ม ข้อสังเกตคือ ระยะที่ตัดพยายามให้อยู่ใกล้ขอบกระป๋องมากที่สุดดังรูป


6. นำกรรไกรมาตัดข้างกระป๋องเป็นเส้นตรง โดยตำแหน่งที่ตัดจะอยู่ตรงข้ามกับด้านที่ติดขอบกระป๋อง


7. ค่อยๆ ใช้มือกางกระป๋องที่ตัดให้กว้างออกมาคล้ายๆ กับจานเรดาร์รับสัญญาณ


8. ติดดินน้ำมันกาวที่ด้านล่างองกระป๋อง แล้วนำกระป๋องไปสวมลงบนเสาอากาศของเราทเตอร์ผ่านทางช่องที่ใช้ปากดื่ม โดยดินน้ำมันกาวจะยึดปากกระป๋องเข้ากับด้านบนของเราท์เตอร์ จากนั้นจัดตำแหน่งให้เหมือนในรูปข้างล่างนี้


หลัง จากทำเสร็จแล้ว ทดลองเปิดเราท์เตอร์ให้ทำงาน แล้วสังเกตแท่งสัญญาณที่แสดงบนทาสก์บาร์ของ Windows บนโน้ตบุ๊คของคุณ โดยพยายามหันด้านทีสะท้อนสัญญาณของเสามาให้ตรงกับโน้ตบุ๊ค ลองดูว่า แท่งสัญญาณจะเพิ่มขั้นหรือไม่? ขอให้คุณผู้อ่านของเว็บไซต์ arip ที่่ลองทำตาม สามารถเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ได้แรงขึ้นดังที่ใจต้องการ โดยทั่วกันนะครับ




ข้อมูลจาก – http://www.websorb.net/?infoboard=topic.9.1608.1 

มารู้จักกับ SOPA และ PIPA กฎหมายที่วงการออนไลน์ต่อต้านกัน

SOPA กับ PIPA นี่คืออะไร?

เดือดร้อนกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง แต่หลายๆ คนอาจจยังงงว่า แล้วเจ้า SOPA นี่คืออะไร  … SOPA นั้นมาจาก Stop Online Piracy Act หรือ พ.ร.บ. หยุดการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ (ถ้าแปลเป็นไทยแบบหยาบๆ อ่ะนะ)

เจ้านี่คือ พ.ร.บ. ที่เหล่าผู้ประกอบการธุรกิจสื่อในสหรัฐพยายามเข็นให้ออกมาให้ได้ โดยกลุ่มผู้สนับสนุนก็มี MPAA (Motion Picture Association of America), บรรดาพวกอุตสาหกรรมเพลง และที่สำคัญที่สุดก็คือ หอการค้าสหรัฐ (U.S. Chamber of Commerce) ด้วย … เหตุผลคือ ธุรกิจพวกนี้สูญเสียรายได้จากการถูกละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์หรือเพลง เลยทำให้ต้องล็อบบี้กันอย่างเต็มพิกัด


ข้อมูลจาก Politico.com ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มทุกทุนอย่างแรงในการสนับสนุนเงินทุนเพื่อล็อบบี่ให้ พ.ร.บ. นี้แจ้งเกิดได้ โดยในปี พ.ศ. 2553 จัดเต็มไป 185.5 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว และปี พ.ศ. 2554 นี่ก็จัดไปอีก 94 ล้านเหรียญสหรัฐ น้อยลง แต่ถ้าเทียบกับงบล็อบบี้ฝั่งบริษัทด้านเทคโนโลยีแล้ว ทิ้งกันแบบไม่ติดฝุ่นเลยทีเดียวเชียวล่ะ (ดูกราฟด้านบน)

ส่วน PIPA นั้นมาจาก Protect IP Act หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาครับ ซึ่งเหมือนกับเป็นลูกพี่ลูกน้องของ SOPA นี่แหละ เจ้า พ.ร.บ. นี้แรงเอาการครับ เพราะมีเนื้อหาที่บอกว่า ให้ผู้ให้บริการนั้นดำเนินการลบหรือระงับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ละเมิด พ.ร.บ.

ความแตกต่างของ SOPA กับ PIPA ก็คือ ในขณะที่ PIPA นั้นจะมีเป้าหมายไปที่ตัวผู้ให้บริการ DNS, พวกบริษัทไฟแนนซ์ และพวกเครือข่ายโฆษณาต่างๆ ไม่ได้เกี่ยวกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แต่ว่า SOPA นั้นกินวงกว้างกว่า โดยให้อัยการสหรัฐสามารถขอให้ศาลังคับคดี เพื่อให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider หรือ ISP) บล็อกไม่ให้เข้าถึงเว็บไซต์นั้นๆ ได้ แถมต้องทำโดยไวด้วย แบบว่าเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือภายใน 5 วันหลังได้คำสั่งศาล หรือภายในเวลาที่ศาลกำหนด ซึ่งตรงนี้ระบุไว้ในมาตราที่ 102

A service provider shall take technically feasible and reasonable measures designed to prevent access by its subscribers located within the United States to the foreign infringing site (or portion thereof) that is subject to the order… Such actions shall be taken as expeditiously as possible, but in any case within five days after being served with a copy of the order, or within such time as the court may order.

คำกล่าวอ้างของผู้สนับสนุน SOPA

จะเข็น พ.ร.บ. อะไรให้ออกมาได้ ก็ต้องมีเหตุผลสนับสนุนกันหน่อย ทางหอการค้าสหรัฐนั้นให้เหตุผล ซึ่งเขียนเป็นจดหมายถึงกอง บ.ก. ของหนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า “บรรดาเว็บไซต์เถื่อนได้ขโมยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของอเมริกาไป และดึงดูดให้มีคนเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านั้นมากกว่า 5 หมื่น 3 พันล้านครั้งต่อปี และส่งผลกระทบต่อแรงงานสหรัฐมากกว่า 19 ล้านตำแหน่ง” 2 … แต่ถ้าถามแวดวงผู้ต่อต้าน SOPA คงจะได้คำตอบว่า เหตุผลจริงๆ ก็คือรายได้ที่ลดลงนั่นแล ข้อมูลจาก IFPI (Internation Federation of the Phonotgrapic Industry) เผยว่า ในขณะที่ตลาดเพลงดิจิตอลเติบโตในช่วงปี พ.ศ. 2547 – 2553 แต่ทว่ารายได้ของอุตสาหกรรมนี้กลับลดลง 31% อันเป็นผลมาจากการละเมิดลิขสิทธิ์นั่นเอง 3

ความคลุมเครือของ SOPA

การออกโรงคัดค้าน SOPA อย่างสุดฤทธิ์ของชุนชนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และบริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ต่างๆ ส่วนหนึ่งก็มาจากความเชื่อในอิสระเสรีบนโลกอินเทอร์เน็ต ที่ว่าไม่ควรจะมีอะไรมากีดขวางสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต อีกส่วนหนึ่งก็มาจากความรู้สึกว่าจะถูกตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เพราะศาลสามารถมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปตรวจสอบทราฟฟิค หรือการวิ่งของข้อมูลของลูกค้า แล้วทำการบล็อกเว็บไซต์ที่ต้องสงสัยว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ได้ … อันนี้เข้าข่ายประเด็น Sniffer ที่เคยเป็นประเด็นเผ็ดร้อนในประเทศไทย เมื่อราๆ ต้นปี พ.ศ. 2553 4 มาแล้ว

แต่อีกส่วนหนึ่ง ก็มาจากความคลุมเครือของ พ.ร.บ. นี้นี่แหละครับ เพราะคำว่าบล็อกเว็บเนี่ย มันมีได้หลายระดับ ตั้งแต่บล็อกทั้งหมดเลย หรือบล็อกเฉพาะบางส่วนของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์

ที่สำคัญคือ อุตส่าห์ลงทุนบล็อกขนาดนี้แล้ว มันจะแก้ปัญหาให้หมดจดไปได้จริงหรือไม่ ก็ยังเป็นข้อกังขาอยู่ เพราะว่าแม้จะบล็อก URL ของเว็บได้ เว็บไซต์พวกนี้ก็สามารถจดทะเบียนโดเมนใหม่ได้ในพริบตา และภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมงก็พร้อมใช้งานแน่นอน หรือจะบล็อก IP Address ไปเลย ก็ไม่ได้ผลชะงักเท่าใดนัก เพราะของพวกนี้ก็สามารถขอใหม่ได้เช่นเดียวกัน และความพยายามในการทำแบบนี้ก็ส่งผลให้ IP Address นั้นๆ ใช้การไม่ได้ เป็นการสิ้นเปลืองไปอีก

ใครที่ร่วมต่อต้าน SOPA บ้าง?

บอกเลยว่าเยอะครับ เพราะว่าชุมชนออนไลน์เขาไม่ชอบให้ใครมาปิดกั้นเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลกันอยู่แล้ว อย่าง Google, Facebook, Twitter, Zynga, eBay, Mozilla, Yahoo!, AOL และ LinkedIn ต่างก็เขียนจดหมายถึงพวก ส.ว. และ ส.ส. ของสหรัฐแย้งเรื่อง พ.ร.บ. นี้

แต่รายชื่อเต็มๆ อัพเดตล่าสุด แนะนำว่าให้ดูจากเว็บ net-coalition.com  จะเห็นว่ามีทั้งบริษัทห้างร้าน ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ กลุ่มองค์กร ภาคธุรกิจ เว็บข่าวเว็บบริการ องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชน บุคคลต่างๆ มากมายเลยทีเดียว

ก็ต้องรอดูกันต่อไปนะครับว่า จะไปรอดหรือไม่อย่างไร

ขอบคุณข้อใูลจาก http://www.it24hrs.com/2012/sopa-pipa/ และ http://www.websorb.net/?infoboard=topic.9.1607.1

รวมวิธีเปลี่ยนหน้าตา facebook จาก timeline ให้เป็นโปรไฟล์แบบเก่า!!

จากบทความที่เราได้นำเสนอภัยอันตรายจากการโดนหลอกลวงเรื่องวิธีลบ timeline ออกเพื่อเข้าสู่หน้าโปรไฟล์เดิมของ facebook ซี่งไม่มีวิธีไหนที่จะสามารถยกเลิก Timeline  เพื่อกลับมาเป็นรูปแบบได้  แม้จะหมดหวัง ได้แต่ทำใจ แต่….ก็มีวิธีที่จะทำให้เว็บ facebook ไม่แสดงผลหน้าตาโปรไฟล์ในแบบ Timeline  เบื้องต้นได้  ซึ่งแนะนำไปแล้วคือให้ใช้ IE7 ในการท่องเว็บ facebook นี่เอง แต่ยังมีวิธีอื่นไหม ? วันนี้จึงนำเสนอวิธีที่ไม่ให้ facebook แสดงผลแบบ timeline กัน

เมื่อ windows7 ไม่สามารถดาวน์เกรดเล่น IE7 ได้ ก็มีวิธีอื่นๆที่จะทำให้เว็บไซต์ facebook ไม่แสดงผลแบบ timeline ให้เราเห็น ผ่านทางเว็บบราวเซอร์อื่นๆสุดฮ๊อตที่คุณคุ้นเคย ชอบบราวเซอร์ไหนก็ลองทำตามขั้นตอนนั้นดู (วิธีนี้ไม่มีสแปมแน่นอน)

วิธีทำให้ Facebook แสดงคล้ายหน้าตาโปรไฟล์แบบเก่า สำหรับผู้ใช้ Firefox

1. เข้าเว็บบราวเซอร์ firefox จากนั้น ให้ติดตั้งส่วนเสริม ที่มีชื่อว่า  “User Agent Switcher” (คลิกที่นี่) แล้วคลิก Add to Firefox ดังรูปบน เพื่อติดตั้ง เมื่อติดตั้งเสร็จ ให้ทำการรีสตาร์ทโปรแกรม Firefox  ทันที

2. เมื่อเข้า Firefox ใหม่แล้ว  ไปที่เมนู เครื่องมือ  –> Default User Agent –> Internet Explorer –>Internet Explorer 7 ดูตัวอย่างตามรูปด้านบน

เสร็จแล้วลองเข้าหน้าโปรไฟล์ facebook ของตัวเอง ก็จะแสดงผลดังรูป  วิธีนี้เฉพาะคุณเท่านั้นที่จะมองเห็นเป็นแบบเก่า แต่แสดงผลไม่สมบูรณ์ 100% มีเพี้ยนบ้างบางจุดซึ่งถ้าเพื่อนใน facebook มาดูโปรไฟล์ของคุณ ก็จะเห็นแบบ timeline อยู่

วิธีทำให้ Facebook แสดงคล้ายหน้าตาโปรไฟล์แบบเก่า สำหรับผู้ใช้ Safari

1. เปิดเว็บบราวเซอร์ Safari  แล้วทำการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Develop    ถ้ายังไม่ได้เปิด ให้ไปที่เมนู Edit –>Preferences

2. แล้วเลือกไปที่ Advanced แล้วทำการติ๊กเครื่องหมายถูกตรงช่อง Show Develop menu in menu bar ดังรูป

3. จากนั้นไปที่เมนู Develop เลือก User Agent และเลือกเป็น Internet Explorer 7 ดังรูปด้านบน เพียงเท่านี้หน้าโปรไฟล์ facebook ของคุณจะกลับไปเป็นแบบเก่าด้วยเช่นกัน  (ซึ่งจะเห็นเฉพาะเจ้าของเท่านั้น เพื่อนคนอื่นก็ยังมองเห็นหน้าโปรไฟล์คุณเป็นแบบ timeline อยู่ดี)

วิธีทำให้ Facebook แสดงคล้ายหน้าตาโปรไฟล์แบบเก่า สำหรับผู้ใช้ Google Chrome

1. เลื่อนเมาส์ไปที่  Google Chrome จากนั้นไปที่ Shortcut Google Chrome ซึ่งบริเวณหน้าจอ Desktop แล้วคลิกขวาที่ไอคอน google chrome ดังรูป แล้วเลือก Properties

2. ให้ดูที่ช่อง Target จากนั้นคัดลอกโค้ดด้านล่างไปวางในช่องหลัง chrome.exe

โค้ดสำหรับผู้ใช้ Windows 7/Vista

–user-agent=”Mozilla/4.0 (compatible; MSIE 7.0; Windows NT 6.0)”

โค้ดสำหรับผู้ใช้ Windows XP

–user-agent=”Mozilla/4.0 (compatible; MSIE 7.0; Windows NT 5.1)”

3. เมื่อวางโค้ดหลังชื่อ chrome.exe ให้เว้น 1 วรรคแล้ววางโค้ดลงไป ดูตัวอย่างตามรูปด้านบนอีกครั้ง เสร็จแล้วก็คลิก ok

4. ปิด Google Chrome แล้วเปิดขึ้นมาใหม่ จากนั้นเข้าเว็บ Facebook ลองเปิดหน้าโปรไฟล์ดู ก็จะกลายเป็นหน้าโปรไฟล์แบบเก่า ((ซึ่งจะเห็นเฉพาะเจ้าของเท่านั้น เพื่อนคนอื่นก็ยังมองเห็นหน้าโปรไฟล์คุณเป็นแบบ timeline เช่นเดิม)

โดยสรุปที่นำเสนอนี้คือ วิธีที่ทำให้ browser ไม่ support code ของ timeline  เพื่อไม่ให้ฟิเจอร์ Timeline ทำงานนั่นเอง จึงทำให้เห็นหน้าตาโปรไฟล์แบบเดิมได้ แต่ก็อาจมีการแสดงผลเพี้ยนบ้าง และจากที่นำเสนอทั้ง 3 วิธีแล้ว จะส่งผลต่อเว็บไซต์อื่นๆด้วย เช่น twitter เป็นต้น ดังนั้นแนะนำหลังจากท่องเว็บ facebook เสร็จแล้วก็ควรจะปรับบราวเซอร์ให้กลับมาทำงานในเวอร์ชั่นปัจจุบันด้วย

ถึงแม้ว่าจะไม่มีวิธีไหนที่จะปิดหรือยกเลิก timeline ได้ แต่วิธีนี้ก็คงช่วยได้ระดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ชอบหน้าโปรไฟล์ใหม่อย่าง timeline จริงๆ

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บทความเรื่อง “ วิธีปิด-ยกเลิก Facebook Timeline อย่างไม่เป็นทางการ สำหรับคนใช้ Firefox/Chrome/Safari  โดย คุณโอ (@kajeaw) จากเว็บไซต์ 108blog.net ,www.websorb.net  

วิธีตรวจสอบว่ามีคนอื่นแอบใช้บัญชี Facebook ของเราหรือไม่ ?

ช่วงนี้หลายท่านคงได้ใช้ facebook ผ่านหลายช่องทาง เช่นทางคอมพิวเตอร์พีซี , โน๊ตบุ๊ค , ทางโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน คอมที่ทำงาน และยังมี Tablet อีก  นับว่าการเข้าใช้ facebook ของเราหลายช่องทางนี้ เพื่อดูสถานะเพื่อนๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง  แต่ถ้าคุณเผลอลืม logout ไป บัญชี facebook ของคุณอาจค้างที่อุปกรณ์เหล่านั้น และง่ายที่คนอื่นจะเข้าไปแอบสวมรอยใช้ facebook ของเราโดยที่คุณไม่รู้ตัว วันนี้จะแนะนำวิธีเสริมความปลอดภัย ป้องกันคนอื่นแอบใช้บัญชี facebook ของเรา

เริ่มจากเข้าหน้าเว็บไซต์ Facebook.com ทำการ Login เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย แล้วจากนั้นให้นำเลื่อนลูกศร (curcer เมาส์) ไปชี้ที่ บริเวณมุมขวาของจอ จะพบลูกศรชี้ลงดังรูปด้านบนนี้ (ตรงข้างๆ ปุ่มหน้าแรก)  แล้วเลือก “ตั้งค่าบัญชี้ผู้ใช้”

จะเข้าสู่การตั้งค่าบัญชีผู้ใช้  ให้เลือกด้านซ้ายมือนี้ไปที่  “ความปลอดภัย”  ก็จะมีรายการตั้งค่าความปลอดภัยต่างๆด้านขวามือ ลองไปดูทีละบรรทัดกันเลย

1. “เรียกดูแบบปลอดภัย” แนะนำอย่างยิ่งให้เลือกเป็น การเข้ารหัสแบบ https ดังนั้นให้ติ๊กเครื่องหมายถูกตรงช่องนี้ไว้ จะปลอดภัยกว่า

2. จะเป็นตั้งค่า “การแจ้งเตือนการลงชื่อผู้ใช้” ในกรณีบัญชี facebook ของเรา เข้า facebook ทั้งผ่านทางคอมหรือมือถือ ก็จะแจ้งเตือนผ่านอีเมลล์ หรือหน้า Push เตือนบน facebook ของเรา ดังนั้นเราจะรู้ได้เลยว่าที่เตือนนี้เราเข้า facebook เอง หรือมีคนอื่นแอบใช้บัญชีเราเข้า facebook ไป

3. “รหัสผ่านแอพ” เราสามารถตั้งรหัสผ่านแอพ facebook ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นที่เข้าถึงบัญชี facebookของเรา แอบติดตั้งแอพ facebook เพิ่มเติม

4. ในส่วน “เวลาการใช้งาน” นั้น เป็นรายการการตรวจสอบ Login Facebook ของเราว่าเราเข้าในช่วงเวลาไหนบ้างและคุณสามารถที่จะสั่งให้หยุดกิจกรรม เพื่อไม่ให้อุปกรณ์เช่นมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ที่คุณลืม logout ไว้ เข้าถึงบัญชี facebook ของเราได้ด้วย  ซึ่งเหมาะมากในกรณีที่เราเผลอลืม Logout ในช่วงเราใช้ร้านอินเตอร์เน็ต หรือคอมจากที่ทำงาน

หากคุณได้ตั้งค่าต่างๆตามนี้ แล้วละก็เพียงเท่านี้บัญชี facebook ของคุณ ก็จะตรวจสอบได้แล้วว่ามีคนอื่นแอบสวมรอยแอบเข้าใช้บัญชี facebook ของเราหรือไม่? และเป็นการป้องกันไม่ให้เราตกเป็นแพะรับบาปจากมีคนแฮคแอบสวมรอยใช้บัญชี facebook ของเราด้วย 

http://www.it24hrs.com, http://www.gisth.com 

คนไทย ค้นหาอะไรกัน ? ในเว็บ Google ตลอดปี 2554

จากที่ได้เคยนำเสนอเรือง คนไทย ค้นหาอะไรกัน ? ในเว็บ Google ตลอดปี 2553 มาแล้ว ในปีนี้  Google ประเทศไทย ได้ประกาศสรุปคำที่ถูกค้นหาโดยนักท่องเน็ตชาวไทยสูงสุดในปี 2554 ซึ่ง ผลปรากฎว่าข่าวเหตุการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม ) ครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในรอบ 50 ปี ที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลทั้งชีวิต ทรัพย์สิน เศรษฐกิจ และจิตใจคนไทยจะต้องจดจำไปอีกนาน เป็นข่าวที่คนไทยค้นหามากที่สุดในปีนี้  ในขณะที่ อันดับ 2 เป็นข่าวเทศกาลสงกรานต์ ถนนสีลม  

ส่วนคำพุ่งมาแรง ตกเป็นของเว็บสังคมออนไลน์อย่าง Facebook    ทางด้านบันเทิง คำค้นที่ค้นมากที่สุดคือ “คันหู” ที่กลายเป็นเพลงดังประกอบท่าเต้นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากในสังคมออนไลน์ และ Gadget ไอทีที่ค้นมากที่สุดคือ iPhone 5 ซึ่งปีนี้ไม่ปรากฎ iPhone5 ออกมา  กลายเป็น iPhone4S แต่ก็ยังติดตามข่าวลือ iPhone5 ต่อไป

แต่ Google ประเทศไทยได้สังเกตว่า  คนไทยเริ่มสนใจหาข้อมูลเพื่อทำความรู้จักกับ “สมาร์ทโฟน” มากขึ้นอย่างจริงจัง ตั้งเเต่ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เรื่อยมาในปีนี้อัตราการเติบโตของคำว่า “สมาร์ทโฟน” จากกราฟนี้พุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน และตลอดปีนี้มีอัตราความสนใจสลับขึ้นลงไปมา อันเนื่องจากการเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่สร้างความสนใจให้กับผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา

และนี่คือสรุปคำค้นหา 10 อันดับยอดนิยมในเว็บไซต์ Google ประเทศไทย โดยแบ่งตามประเภทต่างๆ

คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี


อันดับ 1. Facebook
อันดับ 2. Frive
อันดับ 3. คันหู
อันดับ 4. คนอวดผี
อันดับ 5. หน่วง
อันดับ 6. Boomz
อันดับ 7. น้ำท่วม
อันดับ 8. กินตับ
อันดับ 9. มาช่า
อันดับ 10. iPhone 5

บันเทิงเริงใจ


อันดับ 1. คันหู
อันดับ 2. คนอวดผี
อันดับ 3. กินตับ
อันดับ 4. พูดไม่คิด
อันดับ 5. เมียแต่ง
อันดับ 6. ยังโสด
อันดับ 7. รอยมาร
อันดับ 8. คิดมาก
อันดับ 9. ลัดดาแลนด์
อันดับ 10. Lazy Song

รวมสื่อและข่าวเด่น


อันดับ 1. น้ำท่วม
อันดับ 2. สงกรานต์ สีลม
อันดับ 3. ไทยรัฐ
อันดับ 4. Manager
อันดับ 5. สยามกีฬา
อันดับ 6. ข่าว บันเทิง
อันดับ 7. ข่าว กีฬา
อันดับ 8. ข่าว เศรษฐกิจ
อันดับ 9. กรุงเทพธุรกิจ
อันดับ 10. คมชัดลึก

กีฬาพาเพลิน


อันดับ 1. fa
อันดับ 2. บ้านผลบอล
อันดับ 3. แมนยู
อันดับ 4. มวยไทย
อันดับ 5. เชลซี
อันดับ 6. ตกปลา
อันดับ 7. ลิเวอร์พูล
อันดับ 8. soccersuck
อันดับ 9. หมากฮอส
อันดับ 10. บุรีรัมย์ PEA

คนเด่นคนดัง


อันดับ 1. มาช่า
อันดับ 2. โดม
อันดับ 3. แพร วา
อันดับ 4. ประวัติ สุนทร ภู่
อันดับ 5. teresa idalgo
อันดับ 6. bodyslam
อันดับ 7. หลวง พ่อ เงิน
อันดับ 8. eminem
อันดับ 9. ต่าย อรทัย
อันดับ 10. พระมหาสมปอง

เกมส์สนุกติดจอ


อันดับ 1. angry bird
อันดับ 2. fifa online
อันดับ 3. minecraft
อันดับ 4. sf
อันดับ 5. gta
อันดับ 6. เกมทําอาหาร
อันดับ 7. เกมแต่งตัว
อันดับ 8. dota
อันดับ 9. เกมส์จับคู่
อันดับ 10. talesrunner

เทรนด์ของเทคโนโลยีและโลกไอทีมาแรง


อันดับ 1. เฟชบุ๊ค
อันดับ 2. Google Plus
อันดับ 3. Google Chrome
อันดับ 4. ยูทูป
อันดับ 5. hotmail.co.th
อันดับ 6. samsung galaxy tab
อันดับ 7. ipad
อันดับ 8. whatsapp
อันดับ 9. android
อันดับ 10. nokia x7

Gadgetที่ทุกคนพูดถึง


อันดับ 1. iphone 5
อันดับ 2. samsung galaxy
อันดับ 3. ipad
อันดับ 4. iphone 4
อันดับ 5. bb
อันดับ 6. เครื่องคิดเลข
อันดับ 7. โน๊ตบุ๊ค
อันดับ 8. โนเกีย
อันดับ 9. acer
อันดับ 10. canon

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Google ประเทศไทย , http://www.it24hrs.com

โปรแกรม CCTV Online V2.0

วันนี้ขอแนะนำโปรแกรม ที่ใช้ดูข้อมูลการจราจรใน กทม. ด้วยกล้อง CCTV โปรแกรมนี้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ดูข้อมูลภาพจาก กล้อง CCTV เท่านั้น
โปรแกรมนี้ได้ใช้่ข้อมูลจากเว็บไชต์ http://traffic.thai.net/ เพื่อดึงข้อมูลภาพมาแสดง โปรแกรมนี้พัฒนาต่อยอดจากโปรแกรม “ดูการจราจรผ่าน กล้อง CCTV ของกรุงเทพมหานคร แบบ Realtime 187” ที่ได้พัฒนาไว้นานมากแล้ว และมีผู้ใช้งานหลายท่านขอให้ช่วยพัฒนาและแก้ปัญหาจากตัวเดิมที่ไม่สามารถใช้งานได้ และช่วงนี้มีสถานการณ์น้ำท่วม ผมก็ถือร่วมทำบุญไปอีกทางหนึ่งสำหรับคนไม่มีเวลาอย่างผม ผมได้พัฒนาโปรแกรมให้มีความใช้งานได้ง่าย และสามารถดูข้อมูลภาพย้อนหลังได้ด้วย ก็หวังว่าโปรแกรมนี้จะช่วยให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย

วิธีการใช้งาน

1. เปิดโปรแกรมขึ้นมา

2. ป้อนจำนวนกล้องที่ต้องการค้นหา ข้อมูลขณะนี้มีจำนวน 360 เป็นค่าต้องต้น

3. กด scan แล้วรอการค้นหากล้องทั้งหมด แลัวจะแสดงสถานะของกล้องว่าพร้อมใช้งานหรือไม่ หากพร้อมใช้งานจะแสดง เครื่องหมายถูกหากไม่เครื่องหมายกากบาท

4. ดับเบิ๊ลคลิกที่จุดที่ต้องการชม

5. หากต้องการดูย้อนหลัง ให้คลิกขวาแล้วกด look at history แล้วเลือกช่วงเวลาที่ต้องการดู

6. หากไม่มีภาพขึ้นแสดงว่า ไม่มีข้อมูลนั้นๆ

ภาพประกอบ
 

Download